โพสต์โดย : Admin เมื่อ 23 มิ.ย. 2564 01:44:39 น. เข้าชม 166464 ครั้ง
“วันนี้พบกับดลลี่พายขายทุกอย่าง เข้ามาแล้วเปิดกล้อง เปิดไมค์ ไม่ครบ 45 คน ไม่ขายของนะฮะ”
ประโยคทักทายคลอเสียงเพลงจังหวะโจ๊ะ ๆ กับท่าเต้นสุดคึกคัก เริ่มขึ้นทันทีที่ทีมข่าวไทยพีบีเอสออนไลน์ เข้าไปในแอปพลิเคชัน ZOOM
เทคนิคนี้กลายเป็นกลยุทธ์การขายบทเรียนคณิตศาสตร์ของ “ครูนพดล ด้วงแป้น” ครูสอนวิชาคณิตศาสตร์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาและประถมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนพลวิทยา อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่สวมวิญญาณ “ดลลี่พาย” พ่อค้าออนไลน์ มาเรียกความสนใจและเสียงหัวเราะของนักเรียนช่วง COVID-19
ตัววิชาคณิตศาสตร์ที่ค่อนข้างยากอยู่แล้ว ประกอบกับท่าทีเหนื่อยล้าของนักเรียน จุดประกายให้ ครูนพดล เริ่มคิดเทคนิคการสอนรูปแบบใหม่มาประยุกต์ใช้ช่วงที่โรงเรียนมีการสอนออนไลน์ ด้วยบทเรียนเรื่องร้อยละและการซื้อขาย
ทันใดนั้น "พิมรี่พาย" ก็ปิ๊งเขามาในหัว จึงแปลงกายเป็น "ดลลี่พาย" เริ่มจัดหาพร็อพแต่งตัวโดยไม่ต้องลงทุน ใช้กำไลของพี่สาวเป็นต่างหู นำวัสดุเหลือใช้จากการจัดบอร์ดที่โรงเรียน มาร้อยเป็นสร้อยและตกแต่งเสื้อกีฬาธรรมดาให้มีสีสัน
“สินค้าตัวแรก ครีมตัวขาว ทาปุ๊ป ขาวปั๊ป ถ้าไม่ขาวก็ต้องทา แบรนด์ผี 3 ตัวโผล่หัวในโอ่งมังกร ขายราคา 500 บาท ลด 20 % ต้องซื้อกี่บาท ใครตอบได้คนแรก ในเวลา 1 เพลง รับไปเลย”
ครู “ดลลี่พาย” เปิดคอร์สสอนออนไลน์กับลีลาการขายที่เหมือนพ่อค้าออนไลน์มาเอง ทลายกำแพงการเรียนคณิตศาสตร์แบบเดิมๆ สร้างเสียงหัวเราะและปลุกวิญญาณการแข่งขันให้นักเรียนแข่งกันตอบโจทย์ปัญหา หวังเป็นคนแรกที่ CF สินค้าไปครอบครอง ไม่เว้นแม้แต่ผู้ปกครองที่นั่งฟังอยู่ข้าง ๆ ก็ทนไม่ไหว ต้องร่วมคิดโจทย์ไปกับดลลี่พายด้วย
"คำตอบข้อนี้ ต้องนำ 20% เปลี่ยนเป็น 20 ส่วน 100 คูณด้วย 500 ก็จะได้ส่วนลดออกมา แล้วนำไปลบ 500 บาท คำตอบที่ถูกต้องคือ 400 บาท น้องเอิร์ธตอบถูกคนแรก รับสินค้านี้ไปเลย อย่าลืมแคปหน้าจอเป็นหลักฐานด้วย"
ครูนพดล บอกว่า การเรียนการสอนช่วงนี้ 1 เรื่องจะแบ่งเป็น 2 คาบ โดยคาบที่ 1 จะสอนเนื้อหาเพื่อให้นักเรียนเข้าใจหลักการได้อย่างถูกต้อง ส่วนคาบที่ 2 จะเป็นแบบฝึกหัด
หรือก็คือการขายออนไลน์ของ "ดลลี่พาย" กระตุ้นให้เด็กนำความรู้ในคาบแรกมาใช้ในคาบ 2 ซึ่งพบว่า เด็กกล้าตอบคำถามมากขึ้น และตอบได้เร็วมากขึ้น แต่ถ้ามีคนตอบผิด ก็จะหยุดการขายสินค้าชั่วคราว เพื่ออธิบายวิธีคำนวณให้นักเรียนเข้าใจ ก่อนจะไปขายสินค้าชิ้นถัดไป
“เรารู้สึกอายเหมือนกันนะ เพราะปกติไม่ได้แต่งตัวแบบนี้ แต่พอเราเห็นเด็ก ๆ หัวเราะมีความสุข ก็รู้สึกว่าคุ้มกับที่ทุ่มเทไป แล้วก็อยากจะทำต่อไป”
ครูนพดล กล่าวทิ้งท้ายกับไทยพีบีเอสออนไลน์ว่า การเป็นครูต้องทำทุกอย่างให้เด็กอยู่กับการเรียนได้ตลอดคาบ ถ้ามีอะไรจูงใจก็จะช่วยให้การเรียนออนไลน์มีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมยืนยันว่า การแต่งกายหรือเทคนิคใหม่ ๆ จะไม่ส่งผลต่อการเรียนการสอน เพราะมีการสอดแทรกเนื้อหาอย่างเข้มข้นเหมือนเดิม
ส่วนในอนาคตเมื่อเปลี่ยนบทเรียนเรื่องอื่น ก็จะคิดเทคนิคใหม่ ๆ มาปรับใช้กับการเรียนการสอน เพื่อสร้างเสียงหัวเราะให้นักเรียนเช่นเดิม ไม่ว่าจะเรียน Onsite หรือ Online ก็ตาม
ด้านครูสุภารัตน์ ยี่เเป้น ผู้อำนวยการโรงเรียนพลวิทยา ระบบสองภาษา ระบุว่า ปกติเด็กเรียนในโรงเรียนจะมีสมาธิอยู่กับบทเรียนประมาณ 15 นาที ดังนั้น เมื่อเรียนออนไลน์อยู่ที่บ้าน การสร้างสีสันให้นักเรียนจะช่วยดึงดูดความสนใจและตรึงสมาธิได้มากขึ้น โดยโรงเรียนปรับรูปแบบเป็นขั้นเป็นตอน ตั้งแต่การระบาดระลอก 1 มาจนถึงปัจจุบัน
เริ่มจากการมีช่วงเวลาให้นักเรียนผ่อนคลาย มีการชวนเล่นเกม เล่านิทาน ก่อนจะไต่ระดับมาแต่งคอสตูม "หลังมอบนโยบายไป ครูทุกคนให้ความร่วมมือดีมาก บอกวันนี้ พรุ่งนี้ก็มีรูปแบบและเสื้อผ้ามาเสนอทันที" แม้จะมีเทคนิคพิเศษเข้ามา แต่ครูทุกคนก็ยังไม่หลุดเนื้อหา พร้อมกระตุ้นให้นักเรียนอยากเรียนออนไลน์มากขึ้น
"บางคนบอกให้ผู้ปกครองรีบเปิดคอมพิวเตอร์รอเรียน แทนที่จะเบื่อและเหนื่อยล้าจนไม่อยากเรียน"
ทั้งนี้ โรงเรียนพลวิทยา มีการสำรวจความพร้อมผู้ปกครองเกี่ยวกับการกลับมาเรียน On Site พร้อมเร่งหาวัคซีนเพื่อให้บุคลากรด้านการศึกษาได้ฉีดก่อนเปิดเทอม เนื่องจากเชื่อว่าประสิทธิภาพมาพร้อมกับความปลอดภัยของครูและนักเรียนทุกคน